Thaiihdc.org

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Thaiihdc.org

ขอแสดงความเห็นในฐานะคนที่มีสิทธิเสรีภาพคนหนึ่ง

พิมพ์ PDF

ถ้ามีคนด่าพ่อแม่คุณว่า ควาย แล้วพยายามบอกว่า คุณไม่ควรโกรธ เพราะควายเป็นสัตว์ธรรมดาตัวนึงมีชิวิตเหมือนมนุษย์และสัตว์อื่นๆ เป็นถึงสัตว์ประจำชาติของประเทศฟิลิปปินส์ มีพละกำลังมาก ใจดี ไม่ดุเหมือนวัว ฯลฯ คุณจะรับได้มั้ย

แม้ฉันจะไม่รู้สึกอะไรกับคำว่าควายที่คนใช้ด่ากันทุกวันนี้ แต่ฉันก็รู้ว่ามันเป็นคำที่แรง จะถูกใช้เมื่อผู้พูดโกรธและต้องการทำร้ายน้ำใจอีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อพูดไปแล้วด้วยอารมณ์ จนทำให้อีกฝ่ายโกรธและตอบโต้บ้าง จะทำเป็นเอาเหตุผลมาหักล้างมันใช้ไม่ได้ อย่าโลกสวยแถไปข้างๆคูๆ เลย

การประท้วงรอบนี้ เดิมทีฉันมองอยู่ห่างๆ อย่างคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร ฉันเองก็เคยเข้าร่วมประท้วงมาหลายครั้งไม่ได้ต่างจากพวกคุณ แต่นานๆเข้า ฉันคิดว่ามันมีหลายมุมที่มันชักจะไปกันใหญ่ เกินเลยจากกรอบอุดมการณ์ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความไม่พอใจ ตามความเห็นของฉัน ในฐานะคนที่มีสิทธิเสรีภาพคนหนึ่งฉันก็อยากแสดงความคิดเห็นของฉันบ้าง

1. 
คุณเหยียบย่ำศรัทธาผู้อื่นด้วยเหตุผลที่คุณพยายามแถ เหตุผลอาจเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้นอยู่ข้อมูลที่คุณมี แต่ศรัทธาเป็นสิ่งที่อยู่เหนือเหตุผล เช่นการศรัทธาในพระเจ้า ในศาสนา ในประเทศชาติ ในสถาบันกษัตริย์ ในบุญคุณของพ่อแม่ ฯลฯ

2. 
คำพูดและการกระทำที่รุนแรงของพวกคุณ ทำให้คนจำนวนมากที่เค้าไม่อยากยุ่งหรืออาจกำลังเห็นด้วยกับคุณ เห็นว่าคุณขาดสติ และเปลี่ยนใจที่จะสนับสนุนคุณ เขาอาจจะต่อต้านหรือรังเกียจคุณ ยิ่งพวกคุณทำมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นการเรียกแขกมากเท่านั้น

3. 
การที่คุณสวมชุดนักเรียน นิสิตนักศึกษา หรือสอนหนังสือตามสถาบันต่างๆ ไม่ได้เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าคุณ ปัญญาชน เพราะคนที่เขาใช้ชีวิตรูปแบบอื่น ทำมาหากิน ประกอบธุรกิจการงานต่างๆจำนวนไม่น้อย มีการศึกษา สติปัญญาและระดับจิตใจสูงส่งจำนวนมาก แค่รั้วโรงเรียน ระดับเกรดเฉลี่ย ไม่ได้บ่งบอกระดับสติปัญญาแต่อย่างใด

4. 
คุณจะคิดว่าตัวเองฉลาดก็ได้ แต่อย่าคิดว่าคนอื่นโง่ ที่เขาไม่พูดไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้เรื่องหรือเห็นด้วยกับคุณ

5. 
การที่คุณ เพื่อนของคุณ ครอบครัวของคุณมีความเห็นตรงกัน ออกมาประท้วงจนเต็มถนน ไม่ได้แปลว่าคุณคือเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ  อย่าเดา อย่าเหมา

6. 
คุณโชคดีที่ประเทศไทยทำให้คุณมีอิสระมากพอที่จะพูด แสดงความคิดเห็น แสดงออก ได้อย่างเสรี ถ้าคุณมีความรู้จริง คุณจะรู้ว่าหลายๆประเทศในโลกนี้ทำไม่ได้ แม้คุณจะไม่รักประเทศไทยแต่คุณก็ควรขอบคุณที่ประเทศนี้มีพื้นที่ให้คุณ

7. 
สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย คือคุณมีสิทธิ์ที่จะพูดและแสดงออก ตราบเท่าที่ไม่ ระราน ลุกล้ำ สิทธิของผู้อื่น คุณมีสิทธิพูด ผู้อื่นก็มีสิทธิ์ที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อคุณก็ได้ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง คุณไม่ได้มีสิทธิคนเดียว หากคุณคิดว่าคนที่คิดต่างจากคุณเป็นศัตรู แสดงว่าคุณไม่พร้อมที่จะรับฟังเขาเช่นกัน คุณควรทบทวนตัวเอง เพราะคุณอาจไม่พร้อมที่จะออกมาต่อสู้เรื่องประชาธิปไตย

8. 
ทุกที่ในโลกมีทั้งคนดีและคนไม่ดีอยู่ปนกัน ไม่มีประเทศไหนปลอดความชั่ว 100% การที่จะทำให้คนนับล้านอยู่ด้วยกันได้ มันจึงต้องมีกรอบกติกา มารยาท ทุกๆประเทศมีบริบทที่แตกต่างกัน การมาเปรียบเทียบว่า ใครดีใครด้อยกว่าในเชิงวัฒนธรรม เป็น ความเห็นที่ตื้นเขิน ประเทศที่มีกษัตริย์ ไม่ได้ด้อยกว่าประเทศที่มีประธานาธิบดี ประเทศสังคมนิยมไม่ได้ด้อยกว่าประชาธิปไตย ถ้าคุณติดตามข่าวสาร คุณจะรู้ว่า ทุกประเทศทุกระบบมีปัญหาทั้งนั้น

9. 
หากบริษัทหนึ่งพบพนักงานทุจริต คอรัปชั่น สิ่งแรกที่บริษัทจะดำเนินการคือ ลงโทษพนักงานที่กระทำผิด ไม่ใช่ไล่ออกผู้บริหารสูงสุด แต่หากมีความจำเป็นต้องปลดผู้บริหารสูงสุด บริษัทจะต้องมั่นใจว่ามีคนที่ดีกว่า มีฝีมือมากกว่า ตั้งรอเป็นตัวแทน เพราะกิจการบริษัทต้องดำเนินต่อไปโดยไม่สะดุด คนที่ไม่ขับไล่นายกประยุทธ์ อาจไม่ได้ชอบท่านทั้งหมด เพียงแต่เขามองว่าตัวแทนที่พวกคุณเสนอเข้ามา่ ก็ไม่ได้ดีกว่าที่เป็นอยู่เลย อย่ามาพูดโลกสวยว่าออกไปก่อนแล้วหาใหม่ทีหลัง คุณไม่ชอบคุณประยุทธ์ คนอื่นเขาก็ไม่ชอบหัวหน้าทีมคุณได้เหมือนกัน อย่าไปโกรธเขา

10. ทุกคนมีสิทธิเสนอความคิดเห็น แต่ไม่ใช่ว่าทุกความคิดเห็นจะต้องถูกนำไปปฎิบัติ ประเทศชาติเป็นเรื่องของส่วนรวม คนเกือบ 70 ล้านคน ย่อมคิดต่างกัน ไม่มีรัฐบาลไหนในโลกทำให้ทุกคนพอใจได้ทั้งหมด ประเทศที่ทะเลาะกันน้อยหน่อย เขาแค่รู้จักหยวน ได้บ้างเสียบ้าง ให้สังคมมันเดินไปข้างหน้า

11. 
คุณคิดว่าคุณเป็นคนรุ่นใหม่ คิดแตกต่าง หัวก้าวหน้าตามยุคสมัยใหม่ ของเก่า คนเก่ามันเอ้าท์ไม่ว่ากัน แต่วิธีการแสดงออกของคุณ การโจมตีผู้ที่เห็นต่างด้วยถ้อยคำรุนแรง การประท้วงกลางถนน การยึดพื้นที่สาธารณะ ฯลฯ ไม่ได้มีความต่างหรือทันสมัยเลย สิ่งที่พวกคุณทำ ทุกประเทศทำกันมาเป็นร้อยเป็นพันปี ยกทัพไปตีเอาบ้านอื่นเมืองอื่น ใช้กำลังเข้ายึด ประท้วงกันบาดเจ็บล้มตาย ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ จิ้มมาเลย ประเทศไหนไม่เคยมี ทำกันมาแล้วทั้งนั้น ยิ่งรุ่นแก่ๆ เก๋าๆ ที่พวกคุณหาว่าเขาโง่ดักดานหลายคน นั่นมืออาชีพสายประท้วง สายรัฐประหารทั้งนั้น ถ้าคุณแน่จริง ฉลาดจริง แบบคนรุ่นใหม่ คุณน่าจะมีวิธีการเอาชนะทางความคิดด้วยวิธีที่คนรุ่นเก่าอย่างเรา ว้าว บ้าง

12. 
คุณอาจจะฉลาด แต่เพื่อนคุณหลายคนยังไม่มีวุฒิภาวะทางความคิด การที่คุณลากเขาไปลงสนามในครั้งนี้ อาจเหมือนคุณพาเขาไปลำบาก หลายคนโกรธรัฐบาล รังเกียจระบอบกษัตริย์ โดยที่ไม่รู้ว่าทำไม  บางคนไม่เคยอ่านข่าวเลยด้วยซ้ำแต่ที่โกรธเพราะคนนั้นเล่า คนนี้เล่า หรือเพราะเพื่อนพาไป อย่าโลกสวยว่าไม่มีแบบนี้

13. 
คุณคิดว่าคุณโตแล้วคุณจึงแสดงออกเต็มที่ ฉันหวังว่าคุณจะโตและแข็งแรงพอที่จะรับผลกระทบที่ตามมาได้ คนที่ใส่ชุดนักเรียน ถือป้ายด่าพระมหากษัตริย์ที่คนจำนวนมากเคารพนับถือวันนี้ อาจไม่มีบริษัทไหนรับคุณเข้าทำงานในอนาคต คุณอาจมีคนต่อต้านคุณ ตำหนิคุณ เพราะเขายังโกรธในสิ่งที่คุณทำ เชื่อเถอะมันมีโอกาสที่จะเป็นอย่างนั้น เพราะทุกคนเป็นมนุษย์ มีรักโลภโกรธหลง คุณโกรธได้เกลียดได้ ผู้อื่นก็เช่นกัน ถ้าคุณกล้าที่จะทำร้ายเค้า ทำร้ายความรู้สึกเค้า คุณก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมา

14.  
เวลาที่คุณโกรธใคร คุณจะเห็นแต่ข้อไม่ดีของเขา และเวลาที่คุณรักใครคุณจะเห็นแต่ข้อดีจนลืมข้อเสียของเขา ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว คุณคิดคนเดียวได้เลย แต่ถ้าเป็นเรื่องบ้านเมืองซึ่งมีเจ้าของหลายคน คุณต้องถามทั้ง 2 มุมว่า แต่ละคนมีข้อดีข้อเสียแบบไหน รวมถึงคนที่คุณเชียร์ และตัวคุณเองด้วย อาจบางทีคุณจะรู้ว่า คนที่คุณไม่ชอบหน้าอาจยังพอมีดีอยู่บ้าง และอาจจะสามารถทำงานได้ดีกว่าคนที่คุณรักก็ได้

15. 
คุณชอบกินสเต็ก กินไก่ทอด ไม่เป็นไร แต่คุณไม่มีสิทธิถุยน้ำลาย หรือด่าคนที่ชอบกินแกงส้ม กินน้ำพริกปลาทู ฉันใดก็ฉันนั้น ความชอบคนเราไม่เหมือนกัน หากคุณอยากโน้มน้าวให้เขาชอบเหมือนคุณ คุณต้องใช้ศิลปะและปฏิภาณไหวพริบไม่ใช่ความรุนแรง

16. 
ไม่ว่าคุณจะประท้วงหรือไม่ บ้านเมืองก็ต้องเปลี่ยนแปลง เพราะไม่มีอะไรอยู่ถาวรค้ำฟ้า ถ้าคุณศึกษาประวัติศาสตร์ คุณจะรู้ถึงว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นพลวัต ต่อให้คุณไม่ทำอะไรเลยมันก็เปลี่ยน เร็วช้าอยู่ที่จังหวะของมัน อย่าไปคาดหวังว่ามันจะเปลี่ยนไปวันนี้พรุ่งนี้อย่างใจคุณ ทุกการเปลี่ยนแปลงจะมีทั้งได้และเสีย อยู่ที่ว่าใครจะได้หรือจะเสีย คิดจะทำการใหญ่ ต้องมองให้รอบด้าน ว่าสิ่งที่คุณอยากให้เปลี่ยนมีผลได้เสียอย่างไร ถ้าคุณยังมองไม่ออก คุณควรศึกษาให้ถ่องแท้อีกครั้งก่อนนำเสนอความคิดเห็น

17. 
สำหรับคนที่บอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศด้อยพัฒนา และเห็นว่าหลายๆต่างประเทศนั้นดีกว่าเลยอยากเปลี่ยนไปเป็นแบบเขานั้น ฉันขอถามคุณตรงๆ ว่าคุณเคยอิจฉาเพื่อนที่รวยกว่าคุณมั้ย อิจฉาเพื่อนที่เรียนเก่งกว่าคุณมั้ย อิจฉาพ่อแม่เพื่อนที่เท่ห์ฉลาดการศึกษาสูงกว่าพ่อแม่คุณมั้ย ...แล้วคุณเปลี่ยนแปลงตัวคุณได้มั้ย คุณให้พ่อแม่คุณเปลี่ยนได้มั้ย คุณทำให้คุณรวยเหมือนเพื่อนคุณได้มั้ย ...ก็ถามเฉยๆ อยากรู้ เพราะฉันก็อยากรวย อยากดีเหมือนคนอื่น แต่ฉันก็ยังทำไม่ได้ พอเห็นพวกคุณก่นด่าบ้านเกิดของตัวเอง สูญเสียความภาคภูมิใจที่ไม่เป็นอย่างเขา ฉันจึงไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบาย

18. 
ตอนที่ประเทศอังกฤษสร้างมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด พ่อขุนรามคำแหงได้ประดิษฐ์อักษรไทย ในหลวง ร.5 อดทนวางแผนเลิกทาสใช้เวลาค่อยเป็นค่อยไปกว่า 40 ปี ไม่เสียเลือดเนื้อ อเมริกาเลิกทาสเกิดสงครามกลางเมืองตายกันเป็นเบือและยังมีการเหยียดสีผิวมาถึงทุกวันนี้ ฝรั่งเศสเปลี่ยนการปกครองโดยการฆ่าถอนรากถอนโคนระบอบกษัตริย์ประเทศไทยเปลี่ยนการปกครองเพราะในหลวง ร.7 ท่านมอบอำนาจให้เพื่อรักษาความสงบสันติ ฯลฯ ประเทศไทยมีระบบพระราชทานอภัยโทษ ติดคุกก็ออกก่อนได้ หลายคนบอกกฏหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ หลายคนบอกสำนึกพระคุณเป็นล้นพ้น  ฉันไม่รู้หรอกว่า สมัยนี้กษัตริย์ยังจำเป็นมั้ยสำหรับคุณ แต่ฉันนึกไม่ออกเลยว่าประเทศไทยที่ไร้กษัตริย์จะเป็นอย่างไร กษัตริย์ไทยพิสูจน์ ผลงานมาหลายร้อยปี พวกคุณยังไม่เชื่อฝีมือ แล้วพวกคุณมีใครในใจหรือ ผู้ที่ดีพอจะนำพาประเทศให้ผ่านร้อนผ่านหนาวไปได้ ขอข้อเสนอชัดๆได้มั้ย เผื่อฉันจะได้พิจารณาและเข้าใจมากขึ้น

19. 
สิ่งที่ฉันเขียนอาจทำให้คุณโกรธและมองว่าฉันไม่เข้าพวก นั่นเป็นสิ่งที่ฉันคาดหวังได้ ฉันไม่มีเหตุผลอธิบายว่าทำไมฉันรักประเทศไทย ฉันรักพระมหากษัตริย์ไทย อย่าพยายามเอาเหตุผลมาล้างสมองฉัน ฉันมีการศึกษาระดับหนึ่ง ฉันศึกษาประวัติศาสตร์ทั้งไทยและหลายๆประเทศที่พวกคุณกล่าวถึงมาบ้าง  ฉันเดินทางและได้ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศที่พวกคุณบอกว่าพัฒนาแล้วมาพอสมควร ฉันไม่ได้ดีเด่อะไร แต่ฉันบอกได้เลยว่า ภาคอีสานที่แห้งแล้งสลับกับน้ำท่วมของฉัน ประเทศไทยของฉัน คือที่ๆดีและน่าอยู่ที่สุดในโลก และพระมหากษัตริย์ของฉัน คือผู้นำที่ฉันเคารพเทิดทูน ฉันมีความสุขทุกครั้งที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทย หากคุณไม่รู้สึกเช่นนั้น ฉันว่าคุณก็มีสิทธิที่จะไม่อยู่ประเทศไทยได้เช่นเดียวกัน

20. 
สำหรับทุกคนที่อ่าน ฉันขอให้คุณแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพชน ทั้งที่เห็นด้วยและเห็นต่าง ถ้าเราอยากให้มีการรับฟังในสังคม เราต้องเริ่มจากการพูดจากันดีๆ  เราต้องยอมรับว่าเราต่างกัน พ่อแม่พี่น้องฉันยังคิดไม่เหมือนกัน ฉันไม่ได้หว้งว่าคุณจะคิดเหมือนฉัน แต่เราควรจะอยู่ร่วมกันให้ได้ เพราะประเทศไทยมีที่เดียว ฉันมีบ้านที่เดียว ไม่มีเงินหรือกึ๋นมากพอที่จะไปอยู่ที่อื่น หากคุณมีปัญหาเดียวกับฉัน คุณควรจะช่วยฉันคิดว่าคนที่แตกต่างกันทั้ง 70 ล้านคนจะอยู่ด้วยกันอย่างไร โดยที่ไม่ทะเลาะกัน ถ้าคุณคิดได้ และพูดจาดีๆ ฉันจะพิจารณาข้อเสนอของคุณ

 

ผู้เขียนความเห็นด้านบนไม่ได้ลงชื่อ ผมเห็นว่าเป็นข้อคิดเห็นที่ดี และสร้างสรรค์ จึงขอนำมาเผยแพร่ให้เพื่อนๆได้อ่านร่วมกันครับ 

ด้วยความนับถือ

หม่อมหลวงชาญโชติ ชมพูนุท

23 ตุลาคม 2563


 

เปลี่ยน เป็น ธรรม-ทำ วันที่ 21 ตุลาคม 2563

พิมพ์ PDF

 

เปลี่ยน เป็น ธรรม วันที่ 19 ตุลาคม 2563

พิมพ์ PDF

 

วิเคราะห์ม้อบ

พิมพ์ PDF

#วิเคราะห์ม้อบ    แชร์จาก Supawan Sajjapong

รู้สึกอยากเขียนมุมมองทางวิชาการ - - ยืนยันว่าเป็นมุมมองทางวิชาการ ไม่มีอคติกับใคร for the sake of learning

เป็นม็อบที่ไม่มีแกนนำหรือ =/= มีแน่นอน และมีหลายระดับ แต่พยายามให้อยู่ในลักษณะ unidentified mob leaders หาตัวยาก มีหลายคน ใครเผลอถูกจับไป ก็มีคนมาทำหน้าที่ทดแทน

เป็นม็อบที่มี command control coordination and communication ครบถ้วน มีทุนสนับสนุนแน่นอน แต่ไม่พยายามให้คนทั่วไปรู้ว่า “ใคร” บ้างที่เป็นผู้สนับสนุน มีการบริหาร มีการจัดการ มีการวางแผน มีผู้จัดการ มีการควบคุมให้เป็นไปตามแผน ไม่งั้นไม่สามารถควบคุม movement ของม็อบให้นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายได้

          มี plan มีการวางแผนอย่างแน่นอน แต่ทำให้ออกมาในลักษณะ unpredictable movement และที่ทำอย่างนี้ได้ เพราะมีปัจจัยที่ดีเกื้อหนุน ซึ่งคือ จุดแข็งด้าน communication อันเป็นความถนัดของคนรุ่นใหม่วัย young โดยสามารถสื่อสารการปรับเปลี่ยนแผนได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่มาก ไม่ต้องเตรียมการหรือเตรียมตัวมาก ก็เคลื่อนไปใน direction ที่ผู้ควบคุมภาพรวมสั่งการได้

 คนบางคน เงินซื้อไม่ได้ เป็นความจริง แต่เงินซื้อได้ทุกอย่าง ก็เป็นความจริงเช่นกัน มีบางขณะ มโนว่า จะซื้อแกนนำบางคนด้วยเงินซัก 20-30 ล้าน จะได้ไหมนะ

มีคนควบคุม movement ในลักษณะ program director แน่นอน มี strategic teams นั่งดูภาพรวม วิเคราะห์สถานการณ์ ปรับแผนเปลี่ยนกลยุทธ์ สั่งการอยู่ในห้อง control มองเห็นสภาพสถานการณ์ทุกจุดจากหน้าจอในห้อง control สั่งการและสื่อสารข้อสั่งการไปยัง communicators ในพื้นที่ ที่ถูกวางตัวไว้แล้ว ทำให้สามารถกระจายการสื่อสารได้ทันที โดยมี social media เป็นเครื่องมือสื่อสารกระจายการสั่งการ โดยไม่สามารถหาตัวผู้สั่งการได้ เพราะไม่จำเป็นต้องรู้ว่าใครสั่ง มันเป็นระบบที่เป็นที่ยอมรับกันแล้วในหมู่ม็อบ

 

มีการมอบหมายหน้าที่ วางตัวผู้ทำหน้าที่ในงานสื่อสารตาม platform สื่อต่างๆ ไว้ชัดเจน มีการประชุมทีม ประชุมวางและปรับกลยุทธ์ communicators ที่ถูกวางตัวไว้ตาม platform สื่อต่าง ๆ นี้ มีหลายรุ่นหลายวัย เพื่อทำหน้าที่สื่อสารกับ strategic target audiences ในแต่ละกลุ่มวัยตามที่ communicators เหล่านั้นเป็นผู้นำทางความคิดอยู่

          งาน Information Operations หรืองาน IO มีการปฏิบัติอย่างแน่นอนทั้งฝ่ายม็อบและฝ่ายบ้านเมือง ใครเชื่อว่าไม่มี ควรไปศึกษาเรื่องราวในวงการนี้ใหม่หรือไม่ก็ไปสั่งสมประสบการณ์เพิ่มมากขึ้นก่อน บรรดา communicators ที่อยู่ตาม platform สื่อต่าง ๆ รับงานมาแล้วในการประชุมเชิงกลยุทธ์ ว่า จะชี้นำ “ประเด็น” หรือ ทำ issue management และ strategic communications ให้ไปในทิศทางไหน วางตัวไว้ให้โพสต์ชี้นำ รวมทั้งคอยตัดสกัดด้วยการด่าบ้าง ลดทอนความน่าเชื่อถือของคนที่เห็นต่างออกไปบ้าง ใช้เทคนิครุมยำถล่มด่าผู้ที่มาแสดงข้อมูลความคิดเห็นที่แตกต่าง หรือไปทำให้ประเด็นที่เขาพยายามชี้นำไว้เบี่ยงเบนไป เขาต้องสกัดคนคอมเมนต์นั้น ไม่ให้คอมเมนต์ที่เห็นต่างสามารถมีอิทธิพลทางความคิดอีกต่อไปได้ communicators เหล่านี้ บางคนต่อสายตรงเพื่อ check ข้อมูลกับม็อบได้แบบ real time แล้วนำมาสื่อสารอ้างอิงบน platform ของตน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

Strategic messages รวมถึง วาทกรรม ในประเด็นต่าง ๆ ถูกกำหนดในช่วงของการวางแผน และให้นำมาใช้ในช่วงการเคลื่อนไหวของม็อบ ให้ move ไปในdirection ที่กำหนดตามแผน วาทกรรมและ strategic messages ถูกนำมาสื่อสารตลอดเวลา เพื่อสร้างความชอบธรรม legitimacy ของฝ่ายตน ซึ่งก็แน่นอน ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็น่าจะต้องพยายามแสดงให้ audiences ทุกกลุ่มเห็น legitimacyของมาตรการบริหารจัดการการชุมนุมและเคลื่อนไหวของม็อบให้เกิดประสิทธิผลด้วย ความยากอยู่ที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่กับฝ่ายเคลื่อนไหว ใครจะเก่งกว่ากัน ถ้าเจ้าหน้าที่สามารถ predict ได้ล่วงหน้า ดักทางแผนเขาได้ มีประเด็นที่สามารถกลบลบประเด็นของฝ่ายม็อบได้ ทันท่วงทีต่อเหตุการณ์และเวลา และมีเครื่องพิสูจน์ได้อย่างชัดเจน เช่น ภาพ และคลิปวิดีโอ และสามารถสื่อสารออกมาได้อย่าง synchronized กัน ทั้งการปฏิบัติและคำพูด คือ wordings กับ actions สอดคล้องกัน มีผู้สนับสนุน (supporters) รวมถึง มี communicators วางตัวไว้ช่วยแพร่ข้อมูลสื่อสารตาม social media platform ต่างๆ ถ้าฝ่ายทางการทำได้แบบนี้ ก็ยังพอสูสีสู้ได้กับฝ่ายม็อบ

 สิ่งที่เราสงสัยและไม่มีความรู้ คือ วิธีการประมวลประเมินน้ำหนักของ supporters จากหน้าสื่อโซเชียลและ platform สื่อต่าง ๆ เขาทำกันยังไง และใช้ผลประเมินแค่ไหนมาประกอบการพิจารณาปรับแผนเผชิญเหตุ

 สิ่งหนึ่งที่ม็อบนำไปใช้ประโยชน์ได้มากคือ ความสับสนของผู้รับข่าวสารที่อยู่ตามหน้าสื่อต่าง ๆ คือทำไปทำมา ผู้คนที่มีอารมณ์ร่วมกับแต่ละฝ่ายแทบจะไม่ได้นึกถึง “เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์” ที่แท้จริงของการเคลื่อนไหวเสียแล้ว เพราะ

1. วัตถุประสงค์ที่แท้จริงอาจถูกซ่อนไว้เบื้องหลัง

2. มัวแต่จมอยู่กับอารมณ์ร่วมในแง่ความเป็นมนุษย์ และแสดงออกตามอารมณ์มากกว่าที่จะนึกถึงเหตุและผล ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ถูก manipulate ได้ง่ายยิ่งขึ้นและถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยฝ่ายที่ได้เปรียบมากกว่า

สิ่งที่เป็นผลสืบเนื่องตามมา ที่คาดไว้ (เพราะยังไม่เกิดจริงๆ – ถ้าคาดผิด คงจะดีกว่า) คือ ถ้าผู้ไม่สนับสนุนการชุมนุม อดรนทนไม่ได้ เพราะชีวิตสูญเสียความปรกติสุขและเกิดความไม่สะดวกในการดำเนินชีวิต จนผสมปนไปกับความไม่เห็นด้วยกับอุดมการณ์ของฝ่ายม็อบ คุกรุ่นจนกลายมาเป็นผู้ปะทะกับผู้ชุมนุมเสียเอง แทนที่จะเป็นการจัดการของเจ้าหน้าที่ เมื่อนั้นจะเข้าทางของการบรรลุวัตถุประสงค์ของม็อบ คือ สร้างความวุ่นวายในสังคมจนสังคมเกิดภาวะ disruptive จนต้องมีการเข้าปราบปราม หรือใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้นไปเรื่อย ๆ นั่นจะเป็นจุดพีคสุดที่ต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางใดทางหนึ่งที่อาจไม่พึงปรารถนาของฝ่ายคู่ขัดแย้งของสังคม

 

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ของสังคมไทยหรือไม่ เราก็ไม่รู้ ต้องติดตามดูต่อไป ที่เขียนนี่ก็แค่เป็นมุมมองทางวิชาการเท่าที่สติปัญญาและประสบการณ์ที่อาจยังด้อยอยู่มองเห็น

เราก็มนุษย์ปุถุชนคนธรรมดา มีอารมณ์ร่วมไปกับสิ่งที่เกิด ยิ่งเป็นคนที่ไม่ชอบความรุนแรง ไม่ชอบเห็นการสูญเสีย เป็นคนที่มีชีวิตผูกพันอยู่กับทั้งเด็กเยาวชนและทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ อดไม่ได้ที่จะหดหู่เศร้าใจในความขัดแย้งที่เกิด

แต่มานึกดู ประเทศไทยเรานี้ เกิดขึ้นและมีอายุยืนยาวมาถึงสองร้อยกว่าปี ก็ผ่านศึกสงครามทั้งภายในและภายนอก ต่อสู้ เปลี่ยนแปลงมาแล้วทั้งสิ้น ทุกสิ่งเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย จะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย อาจจะตั้งอยู่หรือจะเปลี่ยนไปอีกตามเหตุปัจจัย จนกระทั่งตัวเราอาจจะดับสิ้นไปก่อนที่จะได้เห็นสิ่งที่อยากเห็น ซึ่งก็เป็นไปเช่นนี้ตลอดช่วงอายุขัยของเรา 64 ปี ระบอบการปกครองและการเมืองของประเทศนี้ก็ยังไม่เห็นจะเป็นไปในแบบอย่างในทางที่เราอยากเห็น ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ประเทศนี้จะต้องเผชิญ ฝ่าฟัน และธำรงอยู่ต่อไป ประชาชนผู้ active ก็จะเคลื่อนไหว ต่อสู้ และร่วมกันพัฒนาเปลี่ยนแปลงการบริหารปกครองประเทศไปตามเหตุปัจจัยและตามยุคสมัย ไม่มีทางที่จะหยุดนิ่งได้ เพราะโลกไม่หยุด เราจะหยุดได้อย่างไร

ทบทวนได้อย่างนี้ ก็ช่วยคลายความเศร้าหมอง หดหู่ใจ ไปได้บ้าง

ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย”

 

ป.ล. ภาพประกอบคือ ธรรมะจากหลวงปู่ชา เอาไว้เป็นเครื่องเตือนใจตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราเป็นคนในวัยปลายของชีวิตแล้ว Death is as close as our breath. จริง ๆ จึงอย่าประมาทไปกับอารมณ์ทั้งหลาย Just live life as a learning process. คุยกับตนเองได้อย่างนี้ ไม่นิยมสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในหมู่ผู้ใด รวมถึงในใจตนเอง


 

ในหลวง "ไม่เคย" เซ็นรับรองการรัฐประหาร

พิมพ์ PDF

ในหลวง “ไม่เคย” เซ็นรับรองการรัฐประหาร

เรื่องหนึ่งที่มีการเอามาโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ เอามาโจมตีในหลวงรัชกาลที่ ๙ ก็คือ การกล่าวหาว่าพระองค์ท่าน “เซ็นรับรองการรัฐประหาร” ซึ่งเรื่องนี้ “ไม่เป็นความจริง” ในหลวงไม่เคยเซ็นรับรองการรัฐประหารเลยแม้แต่ครั้งเดียว จะอธิบายให้ฟังอย่างนี้นะครับ การที่เราจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ เราต้องเข้าใจเรื่อง “อำนาจอธิปไตย” เสียก่อน อำนาจอธิปไตย คือ อำนาจสูงสุดที่ใช้ในการปกครองประเทศ ก่อน พ.ศ. 2475 ที่ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ อำนาจอธิปไตย อยู่ที่องค์พระมหากษัตริย์

แต่หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 แล้ว พระมหากษัตริย์ได้พระราชทานอำนาจอธิปไตยนั้นให้แก่ “ประชาชน” ดังนั้น ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทุกฉบับ จึงมีการระบุว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย หรือ อำนาจอธิปไตยมาจากปวงชนชาวไทย ซึ่งก็หมายความว่า เราแต่ละคน ล้วนมีอำนาจอธิปไตยนี้อยู่คนละเสี้ยวคนละส่วน แต่ แต่ แต่ ในการใช้อำนาจอธิปไตย มันจะแคะเอามาใช้ทีละเสี้ยวไม่ได้ เวลาใช้มันต้องใช้ทั้งก้อน ถ้านึกไม่ออก ก็นึกถึง “บอลเกงกิ” ของโกคู ในดราก้อนบอลอะ มันต้องมีคนรวมไอ้พลังเล็ก ๆ น้อย ๆ ของแต่ละคน มาปั้นเป็นก้อนใหญ่แล้วใช้ทีเดียวเต็มอานุภาพ เอาล่ะ เข้าใจนะ ไม่เข้าใจก็ไม่อธิบายแระ

เมื่ออำนาจอธิปไตยเป็นของ/มาจากประชาชน มันก็จะต้องมีคนเป็นตัวแทนใช้อำนาจเหล่านั้น ซึ่งประเทศไทยตอนเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ.2475 ได้ตกลงแล้วว่าจะให้ใช้รูปแบบการปกครองในระบอบ “ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”  ก็หมายความว่า ประเทศไทย มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำ และเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยในเชิงสัญลักษณ์ นี่จึงเป็นที่มาว่า ทำไมพระมหากษัตริย์ต้องทรงลงพระปรมาภิไธยในกฎหมายต่าง ๆ

แต่เราให้พระมหากษัตริย์เป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยในทางสัญลักษณ์เท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติหรือในความเป็นจริง เราให้องค์กรอำนาจรัฐต่าง ๆ นั้นเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยนั้น โดยแบ่งอำนาจอธิปไตยแบ่งออกเป็น 3 ภาค ได้แก่ อำนาจนิติบัญญัติ มีองค์กรที่ใช้คือ รัฐสภา   อำนาจบริหาร มีองค์กรที่ใช้คือ คณะรัฐมนตรี   อำนาจตุลากร มีองค์กรที่ใช้คือ ศาล ไอ้องค์กรที่ใช้อำนาจอธิปไตยสูงสุดทั้งหมดนี้ ในทางรัฐศาสตร์มีศัพท์เรียกว่าเป็น “องค์อธิปัตย์”

สรุป ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยก็จริง แต่ได้มอบหมายให้ พระมหากษัตริย์เป็นตัวแทนใช้อำนาจนั้น แต่ท่านไม่ได้ใช้เอง เพราะท่านต้องใช้ผ่านไปทางองค์อธิปัตย์ตัวจริง คือ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล

ดังนั้น ในกฎหมายหรือเอกสารที่พระมหากษัตริย์จะต้องลงพระปรมาภิไธย จึงจะต้องมี “ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ” เสมอ คือคนนั้นรับไปทำแล้ว จะดีจะชั่ว มันก็อยู่ที่ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ไม่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์แล้ว เพราะในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์จะทรงดำรงฐานะอยู่เหนือการเมือง (ไม่ใช่อยู่เหนือกฎหมายนะ อย่ามามั่ว ท่านทรงอยู่ภายใต้กฎหมายตามรัฐธรรมนูญ)

ท่านทั้งหลายต้องเข้าใจหลักการตรงนี้ก่อน จึงจะอธิบายต่อไปได้ว่า ทำไมในหลวงถึงไม่เคยเซ็นรับรองการรัฐประหารตามที่มีคนชั่ว ๆ มันเอาไปโจมตี ต่อไป มาทำความเข้าในเรื่อง “การรัฐประหาร” นะครับ การรัฐประหาร แปลตามศัพท์ก็คือ ฆ่ารัฐเดิมทิ้ง หมายถึง ยึดอำนาจจากคนที่ถืออำนาจอยู่แต่เดิม แล้วเอามาเป็นของคนที่ทำรัฐประหาร สถาปนาตัวคนที่ทำรัฐประหารนั้นให้มีฐานะกลายเป็น “องค์อธิปัตย์”  ทีนี้ อำนาจขององค์อธิปัตย์ ก็คือ อำนาจอธิปไตย อันได้แก่ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ ซึ่งในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มันกระจายอยู่ที่รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล แต่ละทำรัฐประหารสำเร็จปุ๊บ “คณะรัฐประหาร” ก็เท่ากับสามารถ “รวบ” อำนาจอธิปไตยนั้นมาอยู่ในมือของตัวเองได้ทั้งหมด เรียกได้ว่า คณะรัฐประหารนั้นทำหน้าที่รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล เบ็ดเสร็จในตัวเองเลย (แต่เขาก็จะออกกฎหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ ทำหน้าที่แทนเขาต่อไป) เอาล่ะ ที่นี้ เมื่อมีคนสามารถทำรัฐประหารได้แล้ว เช่น คสช. ทำรัฐประหารได้แล้ว คสช. ก็มีฐานะเป็น “องค์อธิปัตย์” หมายความว่า ภายในอาณาเขตประเทศไทย ณ เวลานั้น “ไม่มีใครใหญ่กว่า คสช.” แม้แต่พระมหากษัตริย์ แต่ตามวัฒนธรรมประเพณีทางการเมืองการปกครองของไทย คณะรัฐประหาร (ซึ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแล้ว ณ ตอนนั้น) จะทำการขอเข้าเฝ้าเพื่อชี้แจงสถานการณ์เหตุผลความจำเป็นที่ต้องทำการรัฐประหารต่อพระมหากษัตริย์ เพื่อแสดงความจริงใจว่า แม้ว่าตอนนี้เขาจะใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแต่ก็ยังคงจงรักภักดีไม่ได้คิดล่วงละเมิดต่อราชบัลลังก์แต่อย่างใด

จากนั้น ก็จะขอให้พระมหากษัตริย์ทรงมี “ประกาศแต่งตั้งหัวหน้าคณะรัฐประหาร” (ซึ่งจะใช้ชื่อคณะอะไรก็สุดแต่ใจจะชอบ) เท่านั้น ไม่ได้ประกาศรับรองการรัฐประหารครั้งนั้น ๆ เลย ย้ำ ไม่ได้ประกาศรับรองการรัฐประหารครั้งนั้น ๆ เลย เอาล่ะ ทีนี้ ก็อาจมีบางคนมันบอกว่า นั้นแหละ ถึงไม่ได้รับรองแต่ก็แต่งตั้งหัวหน้าคณะรัฐประหาร ท่านไม่เซ็นแต่งตั้งหัวหน้าคณะรัฐประหารก็ได้นี่ ตอบ ไม่ได้ครับ ย้ำ ไม่ได้ครับ เหตุผลเพราะ ตอนนั้น คณะรัฐประหารเขากลายเป็นองค์อธิปัตย์ด้วยตัวเขาเองอยู่แล้ว ถ้าพระมหากษัตริย์ไม่มีประกาศให้ (ซึ่งประกาศนั้นก็จะต้องมีคนรับสนองพระบรมราชโองการนะ ไม่ใช่ประกาศลอย ๆ) ทางที่อาจเกิดขึ้นได้ก็คือ คณะรัฐประหารทำการล้มล้างสถาบัพระมหากษัตริย์เสียแล้วตั้งตัวปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ ถ้าไม่มีใครลุกขึ้นมาสู้ ประเทศก็เป็นเผด็จการเบ็ดเสร็จไป ตัวอย่างของประเทศเผด็จการเบ็ดเสร็จ ก็ เกาหลีเหนือ ไงครับ แต่ถ้ามีคนลุกขึ้นมาสู้คณะรัฐประหาร โดยการอ้างว่า คณะรัฐประหารนั้นไม่ชอบธรรม เพราะพระมหากษัตริย์ไม่ได้มีประกาศแต่งตั้งหัวหน้าคณะรัฐประหาร แต่คณะรัฐประหารตั้งกันเอง คราวนี้ ก็จะมีการจับอาวุธขึ้นมาประหัตประหารกัน เลือดนองแผ่นดินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สภาพเช่นนี้ พระมหากษัตริย์ที่ทรงดำรงด้วยทศพิธราชธรรม จะยอมให้เลือดอาณาประชาราษฎร์ต้องนองแผ่นดินได้อย่างไร แล้วมันเหลือทางใดให้พระมหากษัตริย์ไหมครับ ว่าไม่ต้องประกาศแต่งตั้งหัวหน้าคณะรัฐประหาร เพราะนี่คือหนทางเดียวที่จะยับยั้งการนองเลือดอย่างมหาศาลของคนในชาติได้ และทำแบบนี้มาตั้งแต่ครั้งที่คณะราษฎรมันเข้าเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วครับ

เอาล่ะ ใครที่ได้อ่านแล้ว ก็กรุณา “เบิกเนตร” เสียด้วยนะ ตาสว่างกันเสียที ในหลวงไม่เคยเซ็นรับรองการรัฐประหาร ถ้าใครได้อ่านขนาดนี้แล้ว ยังไม่เข้าใจ ยังไม่เชื่อ แต่กลับไปเชื่อคนชั่วที่ใส่ร้ายในหลวง มึงนี่เกินจะเยียวยาแล้วล่ะ จบนะ

ปล. ฝากแชร์ ฝากบอกต่อ ช่วยให้คนตาสว่างเอาบุญด้วยนะครับ        Cr.จับสัญญาณการเมือง


 


หน้า 5 จาก 466
Home

About Us

ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เป็นองค์กรที่พัฒนาและจัดทำโครงการเพื่อทำประโยชน์ให้สังคม เป็นองค์กรสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ช่วยแก้ปัญหาผู้ประกอบการภาคธุรกิจบริการที่ขาดแคลนบุคลากรที่มีมาตรฐานในการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม

มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์

 iHDC Profile
บัญชีรายชื่อกรรมการ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ
เอกสารประชาสัมพันธ์ โครงการ HMTC.pdf
เอกสารแนะนำโครงการ HMTC 1.pdf
เอกสารโครงการ HMTC 2 คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ.pdf
iHDC นิติบุคคล.pdf
iHDC บุคคล.pdf
iHDC บุคคลเครือข่าย.pdf
รายงานการประชุม 6 มีนาคม 2560.pdf
ข้อบังคับมูลนิธิ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ
Ihdc-Profile and Roadmap 2016-2019 Mar 23 2560.pdf
รายงานการประชุมใหญ่คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ 2559.pdf
คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ สาขาวิชาชีพ.pdf
รายงานการประชุมใหญ่วันที่ 18 ธ ค 2558 v 3.pdf
รายงานการประชุม วันที่ 24 ธันวาคม 2557 updated 4 มีนาคม 2558.pdf
iHDC-invitation Letter.doc
iHDC-Member Form Thai.doc
iHDC-Member Form English.doc
รายงานการประชุมกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ วันที่ 15 มกราคม 2556 ฉบับสมบูรณ์


thaibetter
พัฒนาประเทศไทยแบบทวีคูณ และยั่งยืน ( ททค )

Login


แบบสำรวจ

สถิติเว็บไซด์

สมาชิก : 3057
Content : 2549
เว็บลิงก์ : 24
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 5595286

facebook

Twitter


บทความเก่า