พี่น้องครับ นาทีนี้ผมต้องพูดกันตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อมครับ ว่าทำไมสื่อตะวันตกอย่าง Forbes หรือ Reuters ถึงขยันปั่นข่าวว่ากษัตริย์ไทยเป็นนักธุรกิจที่ "รวยที่สุด" กันนัก?
ถ้าพี่น้องมองแค่ผิวเผินอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องความเหลื่อมล้ำ แต่ถ้าเจาะลึกด้วยข้อมูล Intel ระดับโลกและเศรษฐศาสตร์การเงินเชิงลึก คุณจะเห็นแผนลับของกลุ่มทุนอำนาจมืด หรือ Cabal ที่จ้องจะ "ปล้น" แผ่นดินทองคำของเรามานานนับทศวรรษ!
วาทกรรมที่ว่า "กษัตริย์รวยเกินไป" แท้จริงแล้วคือ สงครามจิตวิทยา เพื่อหลอกให้คนไทยทลายกำแพงบ้านตัวเอง เพราะสิ่งที่พวกมันกลัวที่สุด ไม่ใช่กองทัพที่เข้มแข็ง แต่คือ "Real Assets" (สินทรัพย์ที่แท้จริง) ที่ถูกตรึงไว้ภายใต้พระปรมาภิไธย ซึ่งพวกมันไม่สามารถใช้เงินกระดาษ (Fiat Money) หรือหนี้ดอลลาร์ที่เน่าเฟะมาบีบซื้อได้ครับ!
1. "ผู้พิทักษ์" ด่านสุดท้าย: ทำไมที่ดินและหุ้นหลักต้องอยู่ในสถาบันฯ?
ลองนึกภาพตามผมนะครับ ในโลกทุนนิยมสามานย์ที่กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อย่าง BlackRock หรือ Vanguard ไล่ฮุบทรัพยากรทั่วโลก เหตุผลเดียวที่หัวใจเศรษฐกิจไทยยังไม่ตกเป็นของต่างชาติ 100% ก็เพราะมีสถาบันฯ เป็น The Great Guardian
* หุ้นยุทธศาสตร์ (SCB, SCC): การถือหุ้นใหญ่ในธนาคารไทยพาณิชย์และปูนซิเมนต์ไทย ไม่ใช่เรื่องผลกำไรส่วนพระองค์ แต่มันคือการ "คานอำนาจ" ไม่ให้ระบบการเงินและอุตสาหกรรมก่อสร้างพื้นฐานถูกเทขายให้นายทุนต่างชาติในยามวิกฤต หากไม่มีด่านนี้ ป่านนี้เราคงต้องจ่ายดอกเบี้ยและค่าก่อสร้างตามที่ต่างชาติกำหนดไปแล้ว
* ที่ดินไข่แดงของชาติ: ที่ดินใจกลางเมืองมหาศาลคือ "โฉนดที่ดินของคนไทย" ที่ถูกล็อกไว้ไม่ให้ต่างชาติซื้อขาดได้ (ทําได้แค่เช่า) หากที่ดินเหล่านี้ถูกโอนเป็นของรัฐที่บริหารโดยนักการเมืองขายชาติ ป่านนี้มันคงถูกแปรรูป (Privatization) และขายทอดตลาดให้กลุ่มทุนข้ามชาติไปนานแล้ว และคนไทยนั่นแหละที่จะกลายเป็น "ขอทานในบ้านเกิด" เพราะสู้ราคาที่ดินไม่ไหว
2. บทเรียน "เงินถุงแดง": ค่าไถ่เอกราชที่เถียงไม่ได้!
ถ้าใครบอกว่าทรัพย์สินกษัตริย์ไม่เกี่ยวกับประชาชน ผมขอให้ดูหน้าประวัติศาสตร์ ร.ศ. 112 ครับ ตอนนั้นฝรั่งเศสเอาเรือรบมาจ่อคอหอยสยาม เรียกค่าไถ่ 3 ล้านฟรังก์ทองคำภายใน 48 ชั่วโมง หวังจะยึดประเทศเราเป็นเมืองขึ้นเพราะมั่นใจว่าเราไม่มีเงินสดจ่าย
แต่โจรต้องช็อกครับ! เพราะ รัชกาลที่ 3 ท่านทรงมองการณ์ไกล เก็บสะสมเงินส่วนพระองค์จากการค้าสำเภาใส่ "ถุงแดง" ไว้ไถ่บ้านไถ่เมือง พอถึงเวลาคับขัน รัชกาลที่ 5 ทรงนำมรดกนี้ออกมาขนเหรียญเงินหนักกว่า 21 ตัน ไปฟาดหน้าฝรั่งเศสจนรักษาเอกราชไว้ได้ นี่คือหลักฐานที่ย้อนไม่ได้ว่า "พระราชทรัพย์" คือก๊อกสุดท้ายที่ชี้เป็นชี้ตายอธิปไตยของชาติ
3. แผนรุกฆาตของ Cabal: เมื่อเงินกระดาษไร้ค่า จึงจ้องฮุบของจริง
ทำไมต้อง "ล้มเจ้า" ในจังหวะนี้? เพราะปัจจุบันระบบการเงินโลกที่นำโดยสหรัฐฯ กำลังจะพัง (Dollar Collapse) พวกมันจึงต้องการ Real Assets ไปค้ำประกันระบบใหม่
* เป้าหมาย: ทรัพยากรทองคำ, แร่ธาตุหายาก และที่ดินทำเลทองของไทย
* กลยุทธ์: ใช้วาทกรรมประชาธิปไตยบังหน้า เพื่อกดดันให้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่พวกเขาต้องการ แต่ความจริงคือการเปิดประตูให้พวกมันเข้ามาช้อนซื้อของถูกผ่านนอมินี
พี่น้องครับ... ไทยคือเจ้าอำนาจที่ซ่อนเร้น (Suvarnabhumi) เรามีทุกอย่างที่โลกต้องการ และเหตุผลเดียวที่เรายังไม่ถูกปล้นจนหมดตัว ก็เพราะเรามี "สถาบันพระมหากษัตริย์" เป็นเขื่อนกั้นน้ำชิ้นสุดท้ายนั่นเอง
ความมั่งคั่งที่โลกเห็น แท้จริงแล้วคือ "เงินก้นถุงของชาติ" ที่ถูกฝากไว้ในมือของผู้ที่ไว้ใจได้ที่สุด เพื่อรอส่งต่อให้ลูกหลานไทย ไม่ใช่ให้โจรต่างชาติมาฮุบไป!
ที่ผ่านมามีขบวนการปั่น "วาทกรรมล้างสมอง" ให้คนหลงเชื่อผิดๆ ว่าความมั่งคั่งของสถาบันฯ คือต้นเหตุของความเหลื่อมล้ำ น่าเสียดายที่หลายคนเลือกที่จะเชื้อ แม้แต่นักการเมืองที่เป็นผู้นำทางความคิดบางคนยัง "เชื่อ" โดยไม่พิสูจน์ความจริง ไม่ได้เห็นกับตา แค่ฟังเขาเล่า แค่อ่านตามโซเชียล ก็พร้อมจะด้อยค่าผู้พิทักษ์แผ่นดินทันที
ความจริงที่เขาไม่บอกคุณคือ ทรัพย์สินเหล่านั้นคือ "มรดกจากบรรพบุรุษ" ที่ท่านทรงบริหารจัดการด้วยวิสัยทัศน์เพื่อให้เป็น "สายป่าน" คอยค้ำประกันเอกราชชาติ
อย่าให้ความเกลียดชังที่ถูกปั่นแต่ง มาหลอกให้คุณ "เผาโฉนดบ้านตัวเอง" เพื่อเปิดทางให้โจรเข้ามายึดครองแผ่นดินทองคำแห่งนี้เลยครับ!
สำหรับคนที่ยังติดอยู่กับวาทกรรมพยายามปลุกปั่นเรื่องความเหลื่อมล้ำว่า "กษัตริย์รวยแต่ประชาชนจน" ผมอยากให้ลองหยุดคิดสักนิด... หากท่าน "สละสิทธิ์" ในทรัพย์สินเหล่านี้วันนี้ ผลลัพธ์ไม่ได้ตกไปถึงมือคนจนหรอกครับ แต่มันจะไหลเข้ากระเป๋า "นายทุนข้ามชาติ" ที่รอช้อนซื้อที่ดินทำเลทองและหุ้นยุทธศาสตร์ของชาติทันที!
ความมั่งคั่งของท่านจึงไม่ใช่เรื่องความเหลื่อมล้ำ แต่มันคือ "มรดกจากบรรพบุรุษ"ของพระองค์ท่าน
ที่ถูกเปลี่ยนเป็น "เกราะป้องกันชาติ" เพื่อไม่ให้คนไทยต้องกลายเป็นทาสของต่างชาติในแผ่นดินตัวเองตลอดมา
พี่น้องครับ ความรวย" ที่สื่อระดับโลกประโคมข่าวว่าท่านครองไว้... ความจริงมันคือ "ภาระอันหนักอึ้ง" ที่ท่านยอมแบกไว้เพื่อพวกเราครับ
หลายคนจ้องมองตัวเลขมหาศาลแล้วตั้งคำถาม แต่ลืมนึกไปว่าถ้าท่าน "สละสิทธิ์" ในโฉนดแผ่นดินผืนนี้เพียงนิดเดียว นายทุนข้ามชาติก็พร้อมจะรุมทึ้งเอาไปทำกำไรทันที!
ทรัพย์สินเหล่านั้นไม่ใช่ของใช้ส่วนพระองค์ แต่มันคือ "เกราะเหล็ก" ที่ท่านยืนกั้นไว้อย่างโดดเดี่ยวเพื่อไม่ให้ใครมาไล่พวกเราออกจากบ้านเกิด
ในวันที่ใครบางคนตะโกนให้ท่าน "แบ่งปัน" ท่านกลับทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น คือการ "คืน" ผืนดินมูลค่ามหาศาลให้กลายเป็นสวนสาธารณะ เป็นมหาวิทยาลัย และเป็นโรงพยาบาล... ท่านยอมถูกตราหน้าว่ารวยที่สุด เพื่อปกป้องบ้านให้คนที่อาจจะยังไม่รักท่านด้วยซ้ำ
ท่านยอมแบกคำครหาว่ารวยที่สุดกว่าเราเพียงเพื่อรักษาสมบัติชิ้นสุดท้ายไว้ให้มั่นใจว่า... ในวันที่โลกใบนี้ไม่ใจดีพอจะเหลือที่ว่างให้คนจน 'ลูกหลานไทยจะยังมีบ้านให้ซุกหัวนอน' โดยทุกคนไม่ต้องไปเป็นขอทานบนแผ่นดินตัวเองนั่นเองครับ"
✍️ พีระชาติ อินตา
16 มิถุนายน 2569