Thaiihdc.org

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Home > Articles > บทความของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท > บทเรียนการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ๒ ซ ช่วงเด็ก (ประสบการณ์ชีวิตของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท)

บทเรียนการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ๒ ซ ช่วงเด็ก (ประสบการณ์ชีวิตของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท)

พิมพ์ PDF

บทเรียนการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ๒ :ช่วงเด็ก (ประสบการณ์ชีวิตของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท)


เรียนชั้น ม.ศ.๑/๗ คุณครูประจำชั้น ชื่อคุณครูสมพล และคุณครูฝึกสอนซึ่งเป็นผู้หญิงแต่ผู้เขียนจำชื่อไม่ได้ ทั้งสองท่านสอนเก่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เขียนตั้งใจเรียน สอบได้ที่ ๒ คะแนน ๘๗% ทำให้ได้เลื่อนชั้นไปเรียน ม.ศ.๒/๒ ทั้งๆที่เป็นนักกีฬาฟุตบอลล์ และนักวิ่งของโรงเรียน การเรียนในชั้น ม.ศ.๒ และ ม.ศ.๓ อยุ่ในขั้นแค่สอบผ่าน ครูที่สอนไม่ทำให้เกิดแรงจูงใจเหมือนคุณครูในชั้น ม.ศ.๑ คะแนนสอบอยู่ประมาณ ๖๐%

คุณแม่เล่าให้ฟังว่าผู้เขียนเกิดในวันตรุษจีน เป็นวันที่เขาจุดประทัดดังสนั่นกันไปทั่วพระนคร คุณแม่ไม่สามารถคลอดผู้เขียนได้ตามปกติ หมอต้องผ่าท้องคุณแม่เพื่อนำผู้เขียนออกมา หลังจากออกจากโรงพยาบาลก็มาพักอาศัยที่บ้านคุณตา (โรงแรมเวียงใต้ ในปัจจุบัน) ไม่ทราบว่าอยู่ที่นี่นานเท่าใด หลังจากนั้นคุณพ่อย้ายไปประจำที่จังหวัดน่าน เป็นช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง หรือเพิ่งเลิกสงครามใหม่ๆไม่แน่ใจ ผู้เขียนไม่ยอมดื่มนมจากคุณแม่ และนมกระป๋องราคาแพงแถมหาซื้อไม่ได้ ผู้เขียนจึงต้องดื่มน้ำข้าวแทนนม

เริ่มจำความได้เมื่อเข้าโรงเรียนอนุบาลปริญญาทิพย์ โรงเรียนใกล้บ้าน ในซอยรางน้ำ อยู่ได้ปีเดียวก็ย้ายไปอยู่อนุบาลละอออุทิศ หลังจบอนุบาลสอง จะขึ้นชั้นประถมหนึ่งที่โรงเรียนโยนออฟอาร์ต (โรงเรียนคริสอยู่ติดกับโรงเรียนเซ็นต์ฟรัง) แต่โรงเรียนอ้างว่าผู้เขียนมีฐานความรู้อ่อนมากเนื่องจากที่อนุบาลละอออุทิศไม่ได้เน้นเรื่องการให้ความรู้ จึงให้ผู้เขียนไปเรียนอนุบาลอีกปีที่โรงเรียนพันธศึกษา ซึ่งเป็นโรงเรียนในเครือเดียวกับโยนออฟอาร์ต์ ผู้เขียนและน้องอีก ๓ คนเรียนชั้นประถมที่ โรงเรียนโยนออฟอาร์ต ชั้นสูงสุดสำหรับผู้ชายคือ ป.๗ ส่วนผู้หญิงต่อได้ถึงชั้น ม.ศ.๓ ผู้เขียนและน้องชายเรียนต่อ ม.ศ.๑ ที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศ ส่วนน้องสาว ๒ คนเรียนที่โยนออฟอาร์ต์จนถึง ม.ศ.๓ หลังจากนั้นก็ออกไปต่อมัธยมปลายที่โรงเรียนสายน้ำผึ้ง

ที่โรงเรียนโยนออฟอาร์ต แต่ละชั้นแบ่งออกเป็น ๔ ห้องเรียน ห้อง ก. และห้อง ง. เป็นห้องเรียนของนักเรียนหญิงล้วน ห้อง ข.เป็นห้องเรียนของนักเรียนชายล้วน ห้อง ค.เป็นห้องเรียนปนระหว่างนักเรียนชายและนักเรียนหญิง ผู้เขียนอยู่ห้อง ข.ตั้งแต่ชั้น ป.๑ ถึง ป.๗ ผู้เขียนอยู่ในกลุ่มของนักเรียนเรียบร้อยตั้งใจเรียน เพื่อนๆส่วนมากจะเรียนเก่งได้คะแนนดี ส่วนผู้เขียนเองเรียนอยู่ในระดับกลาง พวกเรียนเก่งเรียนพิเศษกับคุณครูหลังเลิกเรียนทุกวัน ส่วนผู้เขียนไม่ได้เรียนพิเศษ จบชั้นประถม ๗ เพื่อนๆทุกคนรวมทั้งผู้เขียนไปสอบเข้าโรงเรียนเซ็นต์คาเบียล เพื่อนๆในกลุ่มเรียนเก่งสอบเข้าได้ทั้งหมด ผู้เขียนสอบไม่ติด แต่เนื่องจากคุณป้าเป็นแม่ชีคริสระดับสูงของประเทศไทยสามารถฝากให้ได้แต่ผู้เขียนจะต้องหันไปนับถือศาสนาคริส และคุณพ่อต้องบริจาคเงินจำนวนหนึ่ง ผู้เขียนตัดสินใจเลือกเรียนต่อที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศ ซึ่งคุณพ่อเป็นกรรมการศิษย์เก่า และเป็นเพื่อนสนิทกับอาจารย์ใหญ่ ไปสอบคัดเลือกตามปกติปรากฎว่าไม่ติด จึงต้องอาศัยโค้วต้าของอาจารย์ใหญ่จึงได้เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศ โดยได้อยู่ห้องท้ายสุด ซึ่งเป็นห้องเด็กฝากทั้งหมด

เรียนชั้น ม.ศ.๑/๗ คุณครูประจำชั้น ชื่อคุณครูสมพล และคุณครูฝึกสอนซึ่งเป็นผู้หญิงแต่ผู้เขียนจำชื่อไม่ได้ ทั้งสองท่านสอนเก่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เขียนตั้งใจเรียน สอบได้ที่ ๒ คะแนน ๘๗% ทำให้ได้เลื่อนชั้นไปเรียน ม.ศ.๒/๒ ทั้งๆที่เป็นนักกีฬาฟุตบอลล์ และนักวิ่งของโรงเรียน การเรียนในชั้น ม.ศ.๒ และ ม.ศ.๓ อยุ่ในขั้นแค่สอบผ่าน ครูที่สอนไม่ทำให้เกิดแรงจูงใจเหมือนคุณครูในชั้น ม.ศ.๑ คะแนนสอบอยู่ประมาณ ๖๐% อย่างไรก็ตามเมื่อขึ้น ม.ศ.๔ ผู้เขียนเลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์ ปีนี้ได้เป็นหัวหน้าทีมฟุตบอลล์ และเริ่มจีบผู้หญิง ไม่พอใจครูหลายคนทำให้ไม่เข้าเรียนหลายวิชา ในที่สุดทำให้สอบตก ต้องซ้ำชั้น ม.ศ.๔ เพื่อนๆพากันไปเรียนชั้น ม.ศ.๕ ส่วนผู้เขียนต้องเรียนร่วมกับนักเรียนใหม่ที่มาจากโรงเรียนอื่น และเพื่อนรุ่นน้อง อย่างไรก็ตามปีที่สองนี้ผู้เขียนมีความมั่นใจว่าสอบผ่าน คุณพ่อเป็นห่วงสอบถามว่าแน่ใจแค่ไหน ถ้าไม่แน่ใจจะได้ไปฝากอาจารย์ใหญ่ให้ช่วยเพราะถ้าปีนี้สอบตกอีกจะต้องออกจากโรงเรียน หมดโอกาสเรียนต่อ ผู้เขียนตอบคุณพ่ออย่างแน่ใจหลังการสอบ คาดว่าจะได้คะแนนมากกว่า ๖๐ % แต่เมื่อผลสอบออกมาปรากฎว่าผู้เขียนสอบตก ได้คะแนน ๔๙.๕๕ % ผู้เขียนได้เช็คผลสอบในแต่ละวิชา จึงทราบว่ามีครูถึง ๔ คน ๔ วิชาที่ให้คะแนนผู้เขียนตก เนื่องจากวิชาเหล่านั้น ผู้เขียนเข้าใจดีและทำได้ ผู้เขียนทราบสาเหตุของครู ๒ คนที่ให้คะแนนผู้เขียนตก เนื่องจากมีสาเหตุความเป็นมา คนแรก เป็นครูสอนเคมี ครูคนนี้ได้นำน้องชายมาเข้าเรียนที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศในชั้น ม.ศ.๔ เป็นนักเรียนเกเร เคยชกผู้เขียนในห้องเรียนขณะครูกำลังสอนผู้เขียนนั่งหน้าแถวที่สอง เขาเข้ามาจากข้างหลังและชกที่ศรีษะของผู้เขียน เมื่อผู้เขียนตั้งตัวได้จึงเตะสวนออกไป แต่โดนครูที่กำลังเข้ามาแยก ไม่มีอะไรเกิดขึ้นน้องชายครูไม่ถูกทำโทษใดๆทั้งสิ้น แต่น้องชายครูเรียนไม่เป็นสุข ต้องพกอาวุธติดตัวมาโรงเรียนเพราะกลัวผู้เขียนและเพื่อนๆจะเอาคืน ผมได้ห้ามเพื่อนๆไม่ให้ทำอะไร ถ้าผู้เขียนสอบผ่าน และยังเรียนอยู่น้องชายครูก็ต้องอยู่อย่างไม่เป็นสุข ส่วนครูอีกคนเป็นครูที่ผู้เขียนไม่ชอบ ท่านสอนวิชาชีวได้ดี แต่สอนวิชากลศาสตร์ ไม่ได้เรื่อง สั่งซื้อหนังสือของอาจารย์ "ก" แต่ไปเอาหนังสือของอาจารย์ "ข" มาสอน และให้นักเรียนจดตามที่ครูอ่านในหนังสือ ผู้เขียนได้ไปซื้อหนังสืออาจารย์ขอมาอ่าน จึงไม่ได้จดตามที่ครูอ่านในหนังสือ ทำให้ครูโกรธ และต่อว่าที่ผู้เขียนไม่จด ผู้เขียนอ้างว่ามีหนังสือแล้วไม่จำเป็นต้องจดเพราะลายมือไม่สวยอ่านไม่ออก ทำให้ครูไม่พอใจ และมีอยู่วันหนึ่งที่ครู ทำโจทย์บนกระดาน โดยปิดหนังสือ และครูลืมจึงเขียนต่อไม่ได้ ผู้เขียนได้บอกสิ่งที่ครูขาดตามหนังสือ ครูโกรธหาว่าผู้เขียนอวดรู้ และไล่ผู้เขียนออกนอกห้องเรียน ไม่ต้องมาเรียนวิชานี้ ส่วนครูอีกสองท่านหาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมจึงแกล้งผู้เขียน ผู้เขียนเข้าไปขอดูข้อสอบวิชาที่ผู้เขียนทำได้แต่คะแนนไม่ผ่าน แต่ครูที่น้องชายมีปัญหากับผู้เขียนไม่ยอมให้ดูแถมพูดกวนว่าถ้าสอบได้จะให้ดู ตอนแรกผู้เขียนคิดว่าจะเอาเรื่องพาคุณพ่อไปพบอาจารย์ใหญ่ แต่นึกยังไงไม่ทราบจึงไม่เอาเรื่อง

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิมที่คิดว่าจะเข้ามหาวิทยาลัย คุณพ่อและญาติต่างต้องการให้ไปสอบเข้าพาณิชย์การ ผู้เขียนดูแล้วเมื่อจบออกมาก็ต้องเป็นเสมียนตัวเล้กๆ เงินเดือนน้อยไม่มีความโดดเด่นอะไร โชคดีที่ลุงเขยสามารถฝากให้เข้า วิทยาลัยวิทยานุกรณ์ เป็นโรงเรียนด้านวิชาชีพโดยตรง มีให้เลือก 2 หลักสูตร คือหลักสูตรธุรกิจการบิน และหลักสูตรโรงแรม ผู้เขียนเลือกเรียนหลักสูตรธุรกิจการบิน หลักสูตรเหล่านี้สอนเป็นภาษาอังกฤษ และเรียนตั้งแต่ ๑๖.๐๐-๒๐.๐๐ น เนื่องจากครูผู้สอนเป็นพนักงานระดับสูงของสายการบินต่างๆ หลักสูตรนี้ค่าเรียนแพงและต้องไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มจากที่อื่นอีก คุณพ่อไม่มีเงินพอที่จะจ่ายค่าเล่าเรียนได้ แต่โชคดีที่มีลุงเขยที่เป็นผู้แนะนำหลักสูตรนี้ช่วยเป็นภาระค่าเล่าเรียนให้ ขึ้นปีสองก็ได้ทำงาน เพื่อเพิ่มทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ โดยทำงานเป็นพนักงานขายทัวร์ในโรงแรมให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จนจบการศึกษา บริษัทที่ทำงานเปิดแผนกขายตั๋วเครื่องบินและให้ผู้เขียนเป็นพนักงานคนแรกของแผนกนี้ โดยมีผู้บริหารจากสายการบินหลายแห่งเป็นพี่เลี้ยงคอยให้ความช่วยเหลือ ผู้เขียนต้องเข้าไปทำงานเหมือนกับเป็นพนักของสายการบิน อยู่ถึง ๓ เดือนก่อนที่จะกลับมาทำงานที่บริษัท

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 
Home > Articles > บทความของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท > บทเรียนการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ๒ ซ ช่วงเด็ก (ประสบการณ์ชีวิตของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท)

About Us

ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เป็นองค์กรที่พัฒนาและจัดทำโครงการเพื่อทำประโยชน์ให้สังคม เป็นองค์กรสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ช่วยแก้ปัญหาผู้ประกอบการภาคธุรกิจบริการที่ขาดแคลนบุคลากรที่มีมาตรฐานในการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม

มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ ์

 iHDC Profile
บัญชีรายชื่อกรรมการ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ
เอกสารประชาสัมพันธ์ โครงการ HMTC.pdf
เอกสารแนะนำโครงการ HMTC 1.pdf
เอกสารโครงการ HMTC 2 คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ.pdf
iHDC นิติบุคคล.pdf
iHDC บุคคล.pdf
iHDC บุคคลเครือข่าย.pdf
รายงานการประชุม 6 มีนาคม 2560.pdf
ข้อบังคับมูลนิธิ
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ
Ihdc-Profile and Roadmap 2016-2019 Mar 23 2560.pdf
รายงานการประชุมใหญ่คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ 2559.pdf
คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ สาขาวิชาชีพ.pdf
รายงานการประชุมใหญ่วันที่ 18 ธ ค 2558 v 3.pdf
รายงานการประชุม วันที่ 24 ธันวาคม 2557 updated 4 มีนาคม 2558.pdf
iHDC-invitation Letter.doc
iHDC-Member Form Thai.doc
iHDC-Member Form English.doc
รายงานการประชุมกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ วันที่ 15 มกราคม 2556 ฉบับสมบูรณ์


thaibetter
พัฒนาประเทศไทยแบบทวีคูณ และยั่งยืน ( ททค )

Login


แบบสำรวจ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

สถิติเว็บไซด์

สมาชิก : 5508
Content : 3012
เว็บลิงก์ : 26
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 8389480

facebook

Twitter


บทความเก่า