thaiihdc.org

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Thaiihdc.org

คืนนี้ พุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 เชิญชมรายการสด เปลี่ยน เป็น เปลี่ยน

พิมพ์ PDF

คืนนี้ วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560

ขอเชิญชมรายการ “เปลี่ยน เป็น เปลี่ยน”  รายการเสวนาเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับการดำรงชีวิตของสังคมไทย จาก หลักคิด สู่กระบวนการคิด และวิธีปฏิบัติ ที่จะทำให้เกิดปัญญาพาสู่ความสุข เหมาะสำหรับผู้รักการเรียนรู้ทุกเพศทุกวัย ออกอากาศสด ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ โลกพระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติฯ WBTV เป็นประจำทุกคืนวันพุธ เวลา 20.00-21.00 น (ยกเว้นวันพระ)

สำหรับรายการคืนวันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560   ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท และ ดร.แสน ชฎารัมย์  จะมาร่วมเสวนาในหัวข้อ “มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ มีวิธีการอย่างไร ในการสร้างคนไทยทุกวัยให้เป็นคนดีมีคุณภาพ เพื่อรองรับนโยบาย Thailand 4.0

 ท่านผู้ชมสามารถมีส่วนร่วม เพื่อสอบถาม หรือแสดงความคิดเห็น ในขณะออกอากาศได้ที่เบอร์      02-6757696

โปรดติดตามรับชมได้หลายช่องทาง ดังนี้

Ø ทาง Internet ได้ทั่วโลก www.wbtvonline.com

Ø รับชมทางมือถือ www.stationg.com/wbtv

Ø รับชมทาง ทีวี ผ่านจานดาวเทียม ตามช่องต่างๆดังนี้

·        กล่องดาวเทียมค่าย GMM ช่อง 175

·        กล่องดาวเทียมค่าย PSI ช่อง 239

·        กล่องดาวเทียวค่าย CTH  ช่อง 870

·        กล่องดาวเทียวค่าย  Infosat ;Thaisat; Indeasat ; Leotech ช่อง 189

สำหรับท่านที่ติดธุระหรือพลาดชมรายการสด สามารถติดตามชมรายการย้อนหลังได้ทาง YouTube พิมพ์ “รายการ เปลี่ยน เป็น เปลี่ยน” ออกอากาศวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560      

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท


 22 กุมภาพันธ์ 2560

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 13:16 น.
 

ทฤษฎีดอกไม้หลากสี

พิมพ์ PDF

ทฤษฎีดอกไม้หลากสี

  ความหลากหลายของคนในสังคมเดียวกัน หากมองว่าเป็นดอกไม้หลากสีในแจกันใบเดียวกัน ความสวยงามของแจกันนั้นย่อมมีคุณค่าที่มากกว่ามีเพียงดอกไม้สีเดียวกัน  

   แม้ความแตกต่างทางวัฒนธรรม หรือเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมระหว่างหมู่ชนจะยังคงมีอยู่ เช่นความแตกต่างทางภาษา การแต่งกาย ศาสนา สีผิว ฐานะทางสังคม และประเพณีก็ตาม แต่ในความแตกต่างที่หลากหลายในสังคมต่างๆ ก็ยังปรากฏให้เห็นความคล้ายในตัวของสังคมที่หลากหลาย คือแนวคิดทางศีลธรรมและวิธีที่กลุ่มชนในสังคมมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม โจ เนลสันจากแสตมฟอร์ดเป็นผู้ทำให้วลี "วัฒนธรรมและความหลากหลาย" เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

   ในสังคมไทยทุกพื้นที่ย่อมคละไปด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลายไม่ว่า ไทยจีน ไทยซ่ง ไทยดำ ไทยมุสลิม  ไทยพื้นเมือง ฯลฯ  โดยเฉพาะในพื้นที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นตัวอย่างหนึ่งเห็นถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมอย่างชัดเจน แต่สาเหตุหนึ่งที่มองว่าความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นต้นเหตุที่ให้เกิดความขัดแย้งและความรุนแรงในที่สุด และทุกฝ่ายก็ยอมรับแล้วว่า การใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหาความรุนแรงไม่ใช่ทางออกที่ดี  การไม่ใช่ความรุนแรงเป็นวิธีการแก้ปัญหาได้ผลทีละน้อยแต่ต้องใช้เวลานาน วิธีหนึ่งที่เราได้ยินได้ฟังบ่อย ๆ คือ สันติภาพ   หรือเรียกว่า Peace แปลว่า วิธีไม่ใช้ความรุนแรง หรือ nonviolent

   ทั้งนี้ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาที่ยังมีหนทางแก้ไขได้ หากสามารถสร้างกลไกจัดการเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพของความจริงให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยอมรับ แต่ทว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม เป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำให้ทุกฝ่ายพอใจ เป็นความโชคร้ายหรือโชคดีไม่ทราบที่คนไทยไม่ชอบการเผชิญหน้า แต่ชอบนินทาลับหลัง สังคมไทยไม่มีวิธีแก้ไขความขัดแย้ง กระบวนการแก้ไขปัญหาแบบตะวันตกใช้ไม่ได้กับสังคมไทย จึงพอจะเห็นได้ว่า ยากที่จะทำให้ทุกคนพอใจ ความขัดแย้งจัดการได้ถ้า.. ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันและร่วมหาทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ให้เวลาเจรจาแบบมีหลักการ ประสานความร่วมมือ ลดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน

เราจะเป็นหนึงใน "ดอกไม้หลากสี" ท่ามกลางสังคมความหลากหลายได้อย่างไร ?

    ขั้นตอนที่ 1 เริ่มต้นข้อแรกที่ทุกคนควรเริ่มทำคือการเปิดหัวใจ (Open heart) ไม่ยึดติดสิ่งที่ตนเองเชื่อมากเกิน มองว่า สิ่งอื่นก็สวยงามเหมือนกัน ตัวฉันก็ดี ตัวเธอก็ดี เหมือนดอกไม้ดอกนี้สีสวย ดอกนี้กลิ่นหอม ดอกนี้กลีบหนา ดอกนี้บานในตอนเช้า ดอกนี้บานในตอนเย็น ฯลฯ เมื่อมองลักษณะภายนอกเห็นชัดแล้วว่าทุกอย่างดี อยู่รวมกันก็ดี เพราะหากมีแค่พันธุ์ดอกชนิดเดียว ดอกที่มีบานในตอนเช้าทั้งหมด พอเย็นไม่มีดอกใดบานเลย แค่นี้ก็เห็นแล้วว่า ตอนเย็นเราไม่ควรจะเดินมาดูสวนดอกไม้แปลงนี้เลย ใช่ไหมครับ สิ่งที่เห็นก็ควรเก็บในรายละเอียด ไม่ควรเพิ่มเติมความรู้สึก อารมณ์ และตัดสินข้อมูลทันที เพราะทุกครั้งที่เราตัดสินเรามักจะเอาอารมณ์ ความรู้สึกเข้าไปใส่ในนั้นด้วย จริงไม่จริงก็ลองมองเวทีประกวดนางงามซิครับ ส่วนใหญ่เรามักจะตัดสินความสวยงามของหญิงที่อยูบนเวทีว่า สาวงามในประเทศตนนั่นแหละสวยที่สุด เรามองความสวยผ่านอะไร ผ่านความคุ้นเคย ผ่านประสบการณ์ ผ่านวัฒนธรรมหรือเปล่า เมือผลการตัดสินรอบสุดท้ายปรากฎ จะมองเห็นชัดเจนว่า ทุกคนตัดสินไม่ตรงกันทุกคน ดังนั้นไม่ควรตัดสินใจเมื่อได้รับข้อมูลทำใจให้เป็นกลาง ควรเห็นว่า มันเป็นอย่างนั้นเอง
    ขั้นตอนที่ 2 เมื่อทุกคนเปิดใจยอมรับความเป็นลักษณะของสิ่งนั้นและมีความเป็นกลาง ไม่ตัดสินข้อมูลใด ๆ จากนั้นจึงต้องเปิดใจ (Open Mind) ไม่อคติ  ไม่มองว่าตัวกูเก่ง ของกูดี  ของกูดีที่สุด  ในขั้นนี้เราต้องหลุดจากตัวเอง กลุ่มตัวเอง พรรคพวกตัวเองให้ได้ เหมือนลดอคติของตัวเอง "เอาใจเขามาใส่ใจเรา"  หรือใจสัมผัสใจ โดยเริ่มจากการฟังอย่างลึกซึ้ง  (deep listening) อ่าน เข้าใจอย่างลึกซึ้ง  (deep understanding) เป็นการรับข้อมูล (receiver) ด้วยใจสัมผัสใจ เข้าใจความรู้สึกเขามากกว่าการแสดงออกด้วยคำพูด หรือ พฤติกรรม
     ขั้นตอนที่ 3 หลังจากรับข้อมูลด้วยใจแล้ว เราสามารถจะแสดงความเป็นมนุษย์ออกมาได้หลังจากที่เรากลั่นกรองแล้ว พูดออกไปด้วยใจที่แคร์กัน หรือแสดงออกไปอย่างความเป็นมนุษย์ที่เอื้ออาทรกัน (open will) โดยเริ่มต้นด้วยคำว่า "คุณรู้สึก...........ใช่มั้ย?" เช่น "คุณรู้สึกเสียใจที่เพื่อนคุณทำอย่างนี้ใช่มั้ย?"   หรือถ้ามีใครทำให้คุณโกรธ คุณเจ็บ คุณดีใจจนเป็นบ้า  ก็บอกหรือให้ข้อมูลเกิดขึ้นกับเขาแล้วบอกความรู้สึกไปโดยไม่ตัดสินเขา เช่น "พี่เปิดโนต้บุ๊คของผมโดยไม่ขออนุญาตผมสักครั้ง พี  ผมรู้สึกว่าพี่ไม่ให้เกียรติผมเลย"  อย่าลืมนะครับว่าไม่ตัดสินเขา

   บทสนทนาของดอกไม้สองพันธุ์ต่างแบ่งปันน้ำและอาหารร่วมกัน หากดอกไม้ต้นใกล้ ๆ ทำเหมือนกันเช่นนี้ ดอกไม้ทั้งแปลงก็เป็นเช่นนี้ สวนดอกไม้นานาพันธุ์สวนนี้ก็สามารถดำรงอยู่ได้อย่างเป็นอมติ เหมือน ความเป็นอมตะขององค์กรสันติสุข

    ทฤษฎีดอกไม้หลากสีของผมน่าจะเป็นไปได้ไหมที่จะทำให้สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสุข สงบ ถึงจะนานไปหน่อย แต่ขอให้เราเริ่มปลูกต้นไม้ในใจเราก่อนที่จะเริ่มต้นที่คนอื่นนะครับ.....

คัดลอกจาก: https://www.gotoknow.org/posts/297221


แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 23:05 น.
 

กฎทอง 21 ข้อของวัยแห่งความสุข

พิมพ์ PDF

สิ่งดีๆ...เอามาฝาก
กฎทอง 21 ข้อของวัยแห่งความสุข
----------------------------------
1. ถึงเวลาแล้วที่คุณจะใช้เงินที่หามาได้อย่างยากลำบาก ขอให้ใช้จ่ายและมีความสุขกับเงินของคุณ อย่าคิดแต่จะเก็บไว้ให้คนที่บางทีไม่เคยรู้เลยว่าคุณต้องลำบากเพียงใดกว่าจะหาเงินมาได้ ขอให้จำไว้ว่าไม่มีอะไรจะอันตรายไปกว่าลูกหลานหรือเขยสะใภ้ที่มีไอเดียบรรเจิดกับการเอาเงินเก็บของคุณไปลงทุน วัยนี้ไม่เหมาะกับการลงทุนอย่างยื่ง ไม่ว่ามันจะดูวิเศษแค่ไหน เพราะมีแต่จะทำให้คุณอยู่กับปัญหาและความกังวล เวลานี้คุณควรมีชีวิตที่สุขและสงบได้แล้ว

2. เลิกกังวลกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ของลูกหลาน ไม่ต้องรู้สึกผิดที่คุณใช้จ่ายเงินเพื่อตัวเอง คุณเลี้ยงเขามานาน สอนเขาทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ให้ทั้งการศึกษา อาหาร ที่อยู่ ดูแลเอาใจใส่ ตอนนี้เป็นหน้าที่ที่เขาจะดูแลรับผิดชอบตัวเองแล้ว

3. เอาใจใส่สุขภาพ แต่อย่าหักโหม ออกกำลังกายปานกลาง เช่นเดินทุกวัน กินดี อยู่ดี นอนให้เพียงพอ เพราะวัยนี้ป่วยง่าย และยิ่งวันเรายิ่งรักษาสุขภาพได้ยากขึ้น สนใจเรื่องทางการแพทย์และยาบ้าง ไปหาหมอสม่ำเสมอ ตรวจร่างกายแม้ในยามที่คุณไม่ได้เจ็บป่วย หาความรู้ทางการแพทย์ไว้ด้วย

4. ซื้อของที่ดีที่สุด สวยที่สุดให้กับคู่ของคุณ ข้อสำคัญคือจงใช้เงินอย่างมีความสุขกับคู่ชีวิตของคุณ เพราะวันหนึ่งจะต้องมีใครคนหนึ่งที่ยังอยู่และคิดถึงอีกคน ถึงเวลานั้นเงินทองก็ไม่อาจให้ความอบอุ่นได้ ฉะนั้น จงมีความสุขร่วมกันเสียแต่วันนี้

5. อย่ากังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ คุณผ่านเรื่องใหญ่ๆในชีวิตมามากแล้ว คุณมีทั้งความทรงจำที่ดีและไม่ดี แต่สิ่งสำคัญคือปัจจุบัน อย่าให้อดีตมาทำให้คุณหดหู่ อย่าให้อนาคตมาทำให้คุณกังวล มีความสุขอยู่กับปัจจุบัน ไม่นานคุณก็จะลืมกังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านั้น
ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ จงหล่อเลี้ยงความรักไว้เสมอ รักคู่ของคุณ รักชีวิต รักครอบครัว รักเพื่อน(บ้าน) ขอให้จำไว้ว่า คนเราจะไม่มีวันแก่ตราบใดที่ยังมีสมองและมีความรัก

6. ขอให้อยู่อย่างภาคภูมิ ทั้งภายในและภายนอก อย่าเลิกไปร้านทำผม ทำเล็บ หาแพทย์ดูแลผิวและฟัน หาครีมและน้ำหอมดีๆไว้ใช้ เพราะเมื่อคุณดูแลร่างกายภายนอกอย่างดี ความรู้สึกดีๆจะซึมซาบเข้าไปภายใน ทำให้คุณรู้สึกภาคภูมิใจและเข้มแข็ง

7. อย่าทิ้งแฟชั่นที่เหมาะกับวัย แต่ขณะเดียวกันให้คงสไตล์ที่เป็นตัวคุณไว้ ไม่มีอะไรน่าเกลียดไปกว่าคนสูงวัยที่พยายามเลียนแบบแฟชั่นปัจจุบันของวัยรุ่น ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา คุณสร้างบุคลิกภาพของคุณไว้แล้ว รู้ว่าสิ่งใดดูดีสำหรับคุณ ขอให้ทำตามนั้น และจงภูมิใจว่านี่คือส่วนหนึ่งที่เป็นตัวตนของคุณ

8. ติดตามดูข่าวสารบ้านเมืองเสมอ อ่านหนังสือพิมพ์ ดูข่าว เข้าออนไลน์ ดูและฟังสิ่งที่เขาพูดกัน ใช้งานอีเมล์และโซเชียล เน็ตเวิร์คต่างๆบ่อยๆ การรับรู้ความเคลื่อนไหวและเสวนากับเพื่อนฝูงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนทุกวัย

9. ให้ความสำคัญกับคนรุ่นหลัง รับฟังความคิดเห็นของพวกเขาซึ่งอาจไม่เหมือนของคุณ แต่คนรุ่นหลังคืออนาคต และจะนำโลกไปในทิศทางของเขา ให้คำแนะนำไม่ใช่คำตำหนิ พยายามให้เขาตระหนักถึงภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ยังนำมาใช้ได้ในปัจจุบัน

10. อย่าใช้คำว่า “ในสมัยของฉัน” เป็นอันขาด สมัยของคุณคือปัจจุบัน ตราบใดที่คุณยังมีชีวิตอยู่ สมัยนี้คือสมัยของคุณ สมัยก่อนคุณอายุน้อยกว่านี้ก็จริง แต่ปัจจุบันคุณก็ยังเป็นคุณ ฉะนั้น จงสนุกกับชีวิตให้มาก

11. บางคนยอมรับความสูงวัยอย่างมีความสุข แต่บางคนกลับหดหู่ หงุดหงิด ชีวิตเราสั้นเกินกว่าจะไปเสียเวลาอยู่กับคนกลุ่มหลัง ใช้เวลาของคุณกับคนที่มีทัศนคติบวก รื่นเริงแจ่มใส คุณจะสดชื่นไปด้วย ใช้เวลากับคนกลุ่มหลัง คุณจะแก่มากขึ้น และกลายเป็นคนน่ารำคาญไปด้วย

12. อย่าพ่ายแพ้กับความเย้ายวนที่จะไปอยู่กับลูกหลาน (ถ้าคุณมีทางเลือกด้านเศรษฐกิจ) แน่นอนว่าการมีลูกหลานแวดล้อมฟังดูดีมากๆ แต่เราทุกคนต้องการความเป็นส่วนตัว ทั้งคุณทั้งเขา หากคุณสูญเสียคู่ชีวิตไปแล้ว หาคนมาอยู่เป็นเพื่อนคอยช่วยเหลือ แต่จงทำเมื่อคุณจำเป็นต้องมีคนช่วย หรือไม่อยากอยู่คนเดียวแล้วเท่านั้น

13. อย่าทิ้งงานอดิเรก ถ้ายังไม่มีก็จงมองหา จะเป็นการเดินทางท่องเที่ยว ทำอาหาร เต้นรำ ฯลฯ หรืองานอาสาสมัคร ข้อสำคัญหาสิ่งที่ชอบและใช้เวลาสนุกกับมันอย่างจริงจัง

14. ตอบรับคำเชิญบ้าง แม้ไม่ชอบนัก ไม่ว่าจะเป็นงานวันเกิด งานรับปริญญา งานแต่งงาน ฯลฯ ออกจากบ้านไปพบปะผู้คน หาประสบการณ์ใหม่ๆ พบปะคนที่ไม่ได้พบกันนานแล้ว ข้อสำคัญคือได้ออกจากบ้าน ไปพิพิธภัณฑ์ ไปเดินเล่น ไป ฯลฯ

15. เป็นคู่สนทนาที่ดี พูดน้อย ฟังมาก บางคนพล่ามแต่เรื่องในอดีต ไม่สนใจว่าใครจะฟังหรือไม่ เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมที่จะให้คนหลีกลี้หนีหน้าคุณ ฟังเสียก่อน ตอบคำถามเท่าที่จำเป็น อย่าเล่ายืดยาว ยกเว้นมีคนขอร้อง

16. พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ ไม่พยายามบ่นหรือตำหนิยกเว้นจำเป็นจริงๆ พยายามยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น เพราะถึงทุกคนก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน แต่ก็ไม่มีใครอยากฟังคำบ่น พยายามหาจุดดีมาพูดจะดีกว่า

17. ความเจ็บปวดไม่สบายเนื้อสบายตัวเป็นเรื่องปกติธรรมดาของการสูงวัย อย่ากังวลกับมันมาก ยอมรับว่านี่เป็นวงจรของชีวิตที่เราต้องเผชิญ พยายามใส่ใจกับมันให้น้อยๆ คิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆที่เพิ่มเติมเข้ามาในชีวิต เพราะถ้าคุณมุ่งใส่ใจกับมันมาก คุณจะสูญเสียการมองโลกอย่างที่คุณเคยมี

18. ถ้ามีใครมาทำให้คุณหงุดหงิด อภัยให้เขา ถ้าคุณทำให้ใครหงุดหงิด ขอโทษเขาเสีย อย่าเอาความขุ่นข้องติดตัวไป มันรังแต่จะทำให้คุณเศร้าหมอง ครั้งหนึ่งมีคนพูดว่า “คุณพกความโกรธไว้ก็เหมือนคุณกินยาพิษ แต่หวังจะให้อีกคนหนึ่งตาย” ฉะนั้นอย่ากินยาพิษ อภัยให้กัน ลืมซะแล้วเดินหน้าต่อไป

19. ถ้าคุณศรัทธาในสิ่งใด จงศรัทธาต่อไป แต่อย่าเสียเวลาโน้มน้าวคนอื่น เพราะไม่ว่าคุณจะพูดอย่างไร เขาจะเลือกเอง แล้วคุณจะหงุดหงิดเปล่าๆ ทำตามสิ่งที่คุณเชื่อทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง และปล่อยให้สิ่งนี้ช่วยให้เขาปรับเปลี่ยนความคิดเอง

20. หัวเราะ และหัวเราะให้มากๆ คิดว่าคุณคือหนึ่งในผู้โชคดี ที่คุณสามารถมีชีวิตมาถึงวันนี้ได้ หลายคนมาไม่ถึง ไม่มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เหมือนคุณ แล้วมีอะไรที่เราไม่ควรหัวเราะกันเล่า หาแง่ขำๆในชีวิตกันดีกว่า

21. อย่าสนใจขี้ปากชาวบ้าน ยิ่งเรื่องที่เขาคิดยิ่งไม่ต้องสนใจ ยังไงคุณก็ห้ามเขาไม่ได้ คุณต้องมีความภูมิใจในตัวเอง และในความสำเร็จของคุณ ปล่อยให้เขาพูดไปและไม่ต้องกังวล พวกนี้ไม่เคยรู้ภูมิหลังของคุณ ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก ขอให้มุ่งมั่นทำไป ไม่ต้องสนใจว่าใครคิดอย่างไร ขณะนี้ขอให้เป็นชีวิตที่สุขสงบให้มากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้”

หมายเหตุ : ขอขอบคุณ ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ที่ท่านได้ค้นพบบทความนี้ในอินเตอร์เนต และได้นำมาเผยแพร่ใน กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 4 ตุลาคม 2559

กฎทองของวัยแห่งความสุข
ได้พบ “กฎทอง 21 ข้อของวัยแห่งความสุข” ในอินเตอร์เน็ตและชอบมากจนอดไม่ได้ที่จะนำมาสื่อสารต่อกับผู้สูงวัยทุกท่านครับ
bangkokbiznews.com

|โดย กรุงเทพธุรกิจ


แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 22:50 น.
 

จิตแกร่ง ใจกว้าง เคล็ดลับสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

พิมพ์ PDF

จิตแกร่ง ใจกว้าง 

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน


 ผู้นำหรือนักบริหารที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้อาศัยเพียงมีความรู้ความสามารถ และเชี่ยวชาญในงานหรือธุรกิจที่ทำ แต่คุณลักษณะทางจิตใจของผู้นำหรือนักบริหารนั้นสำคัญยิ่งกว่า จากประสบการณ์การทำงานมากว่า 45 ปี และผ่านประสบการณ์ชีวิตมาเกือบ 70 ปี  ผมค้นพบว่า ผู้ที่ประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืนนั้น  มักจะต้องมีคุณลักษณะต่างๆ ดังต่อไปนี้ : -


1.  มองกว้าง โดยพิจารณาเหตุผลรอบด้าน

2. คิดไกล ถึงผลที่จะตามมาในอนาคต

3. จิตใจใฝ่สูง ทำแต่สิ่งดีๆ

4. ไม่โลภมาก มองลาภยศ ดุจปุยเมฆลอยผ่านหน้า

5. ไม่โกรธง่าย มองโลกด้านดี ดอกไม้แห่งความเบิกบานผลิดอกในใจเสมอ

6. ไม่หลงมัวเมาในสิ่งผิด ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรมหรืออบายมุข

7. เอาชนะกิเลสในใจตนเองได้

8. ฝึกฝน พัฒนาตนเองอยู่เสมอ

9. อุดมด้วยสติปัญญา

10.  คล่องตัว ยืดหยุ่น และพร้อมเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีกว่า

11.  อลุ่มอล่วย+ยอมเสียสละตามสถานการณ์ที่เหมาะสม

12.  อดทน ยืนหยัดต่อสู้เพื่อความสำเร็จ โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค

13.  ไม่หวั่นไหว สะทกสะท้านต่อความเกลียดชัง ดูถูกเหยียดหยาม

14.  ไม่คอยจับจด คิดเล็กคิดน้อย แต่มองภาพรวมเป็นหลัก

15.  มีเมตตาบารมี เอื้ออาทรต่อผู้ที่ด้อยกว่า

16.  ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น ให้อภัยผู้ที่มุ่งร้ายตนได้

17.  ถ่อมตน แต่ยกย่องผู้อื่น

18.  ไว้ใจได้ ไม่โกง ไม่คตในข้องอในกระดูก

19.  เปี่ยมด้วยจริยธรรม และคุณธรรมประจำใจ

20.  ในใจดุจมีสุริยันจันทราส่อง นั่งนิ่งมองโลกยุ่งเหยิงอย่างสงบ


ผู้ที่ประสบความสำเร็จเพียงชั่วครั้งชั่วคราว หรือช่วงเวลาสั้นๆ นั้นมีมาก แต่ผู้ที่สามารถประสบความสำเร็จต่อเนื่องในระยะยาวเป็นเวลานานยากกว่ามาก คือ ต้องมีจิตใจที่แกร่งกล้าดุจโลหะ กว้างขวางดุจท้องฟ้า มั่นคงดุจขุนเขา เยือกเย็นดุจสายน้ำ หรือ สั้นๆ ว่า

 “ จิตแกร่ง ใจกว้าง ”


      ดร.ประทีป  ตั้งมติธรรม

 14 กุมภาพันธ์ 2560

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 22:44 น.
 

เปลี่ยน เป็น เปลี่ยน onair 15022560

พิมพ์ PDF

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 21:35 น.
 


หน้า 1 จาก 353
Home

About Us

ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เป็นองค์กรที่พัฒนาและจัดทำโครงการเพื่อทำประโยชน์ให้สังคม เป็นองค์กรสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ช่วยแก้ปัญหาผู้ประกอบการภาคธุรกิจบริการที่ขาดแคลนบุคลากรที่มีมาตรฐานในการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม

Login


แบบสำรวจ

สถิติเว็บไซด์

สมาชิก : 32
Content : 1809
เว็บลิงก์ : 23
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 3352367

facebook

Twitter


บทความเก่า